2/17/2019

อาหารที่ทำให้ลูกท้องอืด และเกิดอาการโคลิค



โคลิคเป็นอาการที่เด็กร้องไห้ไม่หยุด เมื่อทารกท้องอืด ซึ่งแน่นอนว่าแม้อาการที่ลูกท้องอืดนั้นจะไม่อันตรายมากมายนัก แต่พ่อและแม่ย่อมเป็นกังวลอย่างแน่นอน พ่อแม่มือใหม่บางคน เมื่อลูกท้องอืด ก็อาจจะตั้งข้อสันนิษฐานว่าหรือเป็นเพราะลูกของเรานั้นขาดวิตามินบี 6 ซึ่งจริงๆ แล้วอาการท้องอืด มีได้หลายต่อหลายสาเหตุด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่มักจะมาจากอาหารการกินมากกว่า ซึ่งวันนี้เราจะมานำเสนอว่าอาหารอะไรที่ทำให้เด็กท้องอืดได้
1.     ผักชนิดต่างๆ
สำหรับอาหารชนิดแรกที่เป็นตัวก่อให้เกิดอาการทารกท้องอืด ก็คือผักนั่นเอง พ่อและแม่หลายคนกลัวลูกขาดวิตามินบี 6และสารอาหารอื่นๆ จึงใช้วิธีต้มผักแล้วบดให้ละเอียดป้อนลูก ซึ่งแท้ที่จริงแล้วอาหารที่มีวิตามินบี 6ก็มีหลายชนิด ไม่จำเป็นต้องกินผักตระกูลกะหล่ำปลี บร็อคโคลี อย่างเดียวก็ได้ เพราะในผักประเภทนี้จะมีคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้เฉพาะในลำไส้ใหญ่เท่านั้น และที่สำคัญ ลำไส้ใหญ่ของเด็กก็ยังทำงานได้ไม่เต็มที่และเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง
2.     ถั่ว
อาหารชนิดที่สองที่รู้กันดีว่ามีวิตามินบี 6ก็คือถั่วนั่นเอง โดยหากพ่อแม่อยากให้ลูกได้รับสารอาหารจากถั่ว ควรเน้นเป็นนมถั่วเหลืองจะดีกว่า อย่าเลือกเป็นถั่วเขียวต้มหรือถั่วเหลืองต้ม เพราะว่าถั่วต่างๆ แม้จะมีประโยชน์ แต่ทว่าก็มีเส้นใยที่ทารกยังไม่สามารถย่อยได้ เมื่อทานไปแล้วก็ทำให้ทารกท้องอืดได้นั่นเอง ใครที่ลูกท้องอืดบ่อยๆ บางทีไม่ได้เกิดจากโคลิคแต่เป็นเพราะการทานถั่วมากกว่า
3.     หอมชนิดต่างๆ
สำหรับอาหารอีกชนิดหนึ่งที่ทำให้เด็กร้องไห้ไม่หยุดเพราะเป็นทารกท้องอืด ซึ่งบางทีก็ร้องไห้จนพ่อแม่คิดว่าลูกเป็นโคลิคแต่จริงๆ ไม่ใช่อาการโคลิค แต่ว่าลูกท้องอืดต่างหาก นั่นก็คือหอมแดง หอมใหญ่ อาหารเหล่านี้แม้จะบดมาอย่างดีแล้ว แต่คาร์โบไฮเดรตในอาหารเหล่านี้ก็ยังมีจำนวนมาก และจะดูดซึมได้น้อยมากที่ลำไส้ใหญ่ ทำให้เกิดน้ำในลำไส้ใหญ่และเป็นแก๊ส นี่เองสาเหตุที่ทำให้ลูกท้องอืด
4.     ผลไม้จำพวกแตงโมหรือว่าแตงกวา
แตงโมและแตงกวา เป็นผลไม้ที่ทานง่ายและมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากว่าทานมากเกินไปก็ทำให้เด็กมีอาการท้องอืดได้เช่นกัน เนื่องจากว่าในแตงโมมีน้ำตาลชนิดหนึ่งที่เรียกว่าฟรุคโตส ซึ่งเมื่อร่างกายของลูกน้อยดูดซึมได้ไม่หมดก็จะเกิดอาการท้องอืดได้นั่นเอง โดยที่เด็กบางคนไม่ได้เกิดอาการท้องอืด แต่ว่ามีอาการท้องเสียแทนก็ได้เช่นกัน หากเป็นเช่นนี้แล้ว พ่อและแม่มือใหม่ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงการให้ลูกทานแตงโมหรือแตงกวา เพราะทำให้เกิดผลเสียมากกว่า
5.     ธัญพืช
แม้ว่าเราจะรู้กันดีว่าธัญพืชนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมากเพียงใด แต่การเลือกทานอาหารที่มีข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์  ข้าวโอ๊ตอาจจะไม่เหมาะสมกับลูกน้อยเท่าไรนัก พ่อแม่บางคนเลือกให้ลูกน้อยทานข้าวโอ๊ต เพราะคิดว่าเป็นข้าวที่ดี นำมาละลายน้ำร้อนก็สามารถป้อนกันได้ง่ายๆ แล้ว แต่แท้ที่จริงข้าวโอ๊ตกลับมีไฟเบอร์ที่สูง ทำให้ย่อยได้ช้า เมื่อทานไปมากๆ ประกอบกับวัยเด็กทารกยังไม่พร้อมที่จะย่อยเส้นใยหรือไฟเบอร์ที่สูงขนาดนี้ก็ทำให้ท้องอืดได้เช่นกัน
6.     นมวัว
พ่อและแม่บางคนไม่รู้ว่าลูกของตัวเองแพ้นมวัว ก็ให้ดื่มไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งหากว่าลูกดื่มไปแล้วก็อาจจะเกิดอาการท้องอืดได้ ทำให้ส่งผลเสียมากกว่าผลดี ทางที่ดี ควรให้ดื่มนมแม่ไปก่อนจะเป็นการเหมาะสมกับเด็กทารกมากที่สุด เพราะว่านมแม่คือนมที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อให้แม่ได้เลี้ยงลูกด้วยความรัก นอกจากนี้การดื่มนมแม่ยังเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกอีกด้วย ลูกที่ดื่มนมแม่จะมีความรักและความผูกพันกับแม่มากกว่าลูกที่ไม่เคยดื่มนมแม่

และนี่ก็คืออาหารที่จะทำให้เด็กเกิดอาการที่เรียกว่าร้องไห้ไม่หยุด หรือว่าโคลิคได้ ซึ่งโคลิคก็คืออาการทารกท้องอืดนั่นเอง พ่อแม่คนไหนที่พบเจอปัญหาลูกท้องอืด ก็อาจจะต้องพิจารณาอาหารเป็นอย่างๆ ไป อาหารบางประเภทมีวิตามินบี 6 แต่ก็อาจจะทำให้ลูกของเราท้องอืดได้ก็ควรที่จะเลี่ยงไปก่อน การดูแลลูกให้มีสุขภาพดี แข็งแรงไม่ป่วยไข้คือสิ่งที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ควรคำนึงถึง

0 comments:

Post a Comment