12/22/2018

ก่อนนำเงินเก็บไปฝากด้วยการเปิดบัญชีธนาคารต้องรู้อะไรบ้าง


เมื่อเรา เก็บเงิน ไปได้สักก้อนหนึ่งแล้วแน่นอว่าเราย่อมต้องการให้มันช่วยหาเงินแทนเราตามสุภาษิตที่ว่า เป็นเสือนอนกิน ซึ่งโดยปกติแล้วเราก็อาจจะนำเงินที่เราเก็บได้ก้อนนั้นไปปล่อยกู้แล้วกินดอกเบี้ยส่วนต่างเอาหรืออาจจะนำไปลงทุนกับธุรกิจอะไรสักอย่างหนึ่ง โดยวิธีการที่เราได้กล่าวมานั้นเราย่อมต้องพบกับความเสี่ยงสูง ฉะนั้นการหาทาง ออมทรัพย์ ของเราด้วยวิธีเบสิคธรรมดาๆ ที่ใครหลายๆ คนใช้กันก็คือ การ เก็บเงิน แล้วนำไปฝากไว้กับธนาคาร ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้เราได้รับความเสี่ยงน้อยมาก แถมเราจะยังคงได้รับผลตอบแทนเป็น ดอกเบี้ยเงินฝาก ด้วย แต่ทว่าเราจะได้มากหรือได้น้อยแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับ อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ณ เวลานั้นและจำนวนเงินต้นที่เรานำไปฝากไว้กับธนาคารด้วย นอกจากนี้ก่อนที่เราจะไปเปิดบัญชีเพื่อ ออมเงิน ของเรานั้นก็ควรที่จะรู้ถึงข้อมูลต่างๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้
1. อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และผลตอบแทนที่แท้จริง แน่นอนว่าการ เก็บเงิน แล้วนำไปฝากธนาคารนั้นเป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คนเลือกที่จะทำกัน เพราะเป็นการ ออมเงิน ที่ีทำให้เราได้ผลประโยชน์จาก ดอกเบี้ยเงินฝาก แถมยังเป็นการ ออมทรัพย์ ที่มีความเสี่ยงยังต่ำอีกด้วย และในการเลือกเปิดบัญชีเงินฝากไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตามนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาและเปรียบเทียบก็คือ อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และผลตอบแทนที่จะได้รับ ซึ่งสถาบันการเงินจะต้องแจ้งเงื่อนไขการจ่าย ดอกเบี้ยเงินฝาก ให้เราทราบ เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ในแต่ละประเภท วิธีการคำนวณดอกเบี้ย ความถี่ในการจ่าย จำนวนวันต่อปีที่ใช้ในการคิดดอกเบี้ย ซึ่งต้องปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ทำการทุกแห่ง และเผยแพร่ในเว็บไซต์ด้วย
2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลตอบแทนที่เราจะได้รับน้อยลงไป เช่น บัญชีเงินฝากประจำนั้นเป็นบัญชีที่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งเมื่อเราได้รับดอกเบี้ยเงินฝาก เราก็จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ของดอกเบี้ยที่เราได้รับ ฉะนั้นนอกจากจะต้องเปรียบเทียบ อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ของบัญชีแต่ละประเภทก่อนเปิดบัญชีแล้วก็ต้องคำนึงถึงภาษีหัก ณ ที่จ่าย ด้วย
3. ค่าธรรมเนียมและเบี้ยปรับ แน่นอนว่าการ ออมเงิน ด้วยวิธีการ เก็บเงิน แล้วนำไปฝากธนาคารนั้นจะต้องมีการเสียค่าธรรมเนียมและเบี้ยปรับต่าง ๆยกตัวอย่างเช่น
 - ค่าธรรมเนียมในการรักษาบัญชีเงินฝาก โดยจะถูกหักเงินออกจากบัญชีของคุณเมื่อจำนวนเงินในบัญชีมียอดต่ำกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
 - ค่าธรรมเนียมบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิต เช่น ค่าทำบัตรใหม่ ค่าบริการรายปี รวมทั้งค่าธรรมเนียมการทำรายการผ่านตู้เอทีเอ็ม เป็นต้น
 - ค่าธรรมเนียมและเบี้ยปรับอื่น ๆ เช่น  การรับฝากเหรียญกษาปณ์ การโอนเงินอัตโนมัติ การขอ statement ย้อนหลัง  การขอตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีเงินฝากที่เกิดจากการทำรายการผ่านตู้เอทีเอ็ม การปิดบัญชี หรือถอนก่อนครบกำหนด เป็นต้น
4. เงื่อนไขการคุ้มครองเงินฝาก  หากต้อง ออมเงิน ในรูปของบัญชีเงินฝาก บัตรเงินฝาก และใบรับฝากเงินที่เป็นเงินบาท และฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์เงินในบัญชีของคุณจะได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (Deposit Protection Ag​ency: DPA) โดยจำนวนเงินฝาก รวมถึง ดอกเบี้ยเงินฝาก จะได้รับการคุ้มครองตามเกณฑ์ที่กำหนด
5. การแจ้งเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ต้องแจ้งให้ธนาคารทราบด้วย เพราะหากธนาคารเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น แจ้งบัญชีเงินฝากไม่เคลื่อนไหวก่อนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี หรือแจ้งให้ลูกค้าทราบสถานะทางบัญชีเพราะขาดการติดต่อเป็นเวลานาน ธนาคารจะแจ้งเป็นจดหมายลงทะเบียนให้ลูกค้าโดยใช้ที่อยู่ที่ลูกค้าแจ้งตอนเปิดบัญชี หรือที่ออยู่ที่ได้แจ้งไว้อย่างเป็นทางการเท่านั้น และไม่ว่าจะติดต่อได้หรือไม่ได้ก็ตาจะถือว่าได้แจ้งให้ลูกค้าทราบแล้ว
 6. โทษตามกฎหมาย สำหรับการรับจ้างเปิดบัญชีหรือการหลอกให้ผู้อื่นโอนเงินให้เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนนั้นเป็นหนึ่งในความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 60 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทหรือสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นจึงไม่ควรหลงเชื่อหรือรับจ้างเปิดบัญชีโดยเด็ดขาด



0 comments:

Post a Comment