12/25/2018

อาหารทารก 6 เดือน เราสามารถเสริมอะไรให้ลูกได้บ้าง


            อาหารทารก 6 เดือน กำลังกลายเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับการเสริมสร้างพัฒนาการทางร่างกายและสมองสำหรับลูกน้อยที่ดีกว่า  ด้วยว่าภาวะการเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบันจะต้องควบคู่ไปกับการทำงานอย่างต่อเนื่องในทุกๆวันทำให้บางครั้งแม่ไม่สามารถที่จะให้นมลูกได้ด้วยตัวเองตลอดเวลา  อีกทั้งไม่สามารถที่จะควบคุมสัดส่วนของอาหารในระหว่างวันได้อย่างเหมาะสมทำให้บางครั้งการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียวจึงอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีของลูกนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าเราควรที่จะพิจารณาเลือก อาหารทารก 6 เดือน มาใช้ควบคู่กับการเลี้ยงทารกด้วยน้ำนมแม่หลังจากผ่านพ้น 6 เดือนไปแล้ว
                โดยปกติ อาหารทารก 6 เดือน ที่เหมาะสมสำหรับการเสริมสร้างพัฒนาการของลูกที่นอกเหนือจากการรับประทานนม  เรามักจะมองหาตัวเลือกที่เน้นหนักในโภชนาการประเภทโปรตีนเป็นหลักเนื่องจากมันมีส่วนสำคัญสำหรับการพัฒนาร่างกายให้มีความสมบูรณ์แข็งแรง  แต่เราอาจจะละเลยในเรื่องของ วิตามิน บี 6 , วิตามินบี 12   รวมไปถึง DHA  ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงประสาทและสมองซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องเป็นส่วนที่เสริมสร้างไปพร้อมๆกันกับโปรตีนสำหรับเด็กทารกในช่วงขวบปีแรก  นอกจากนี้ยังมีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็กทารกอีกหลายชนิดที่จะทำหน้าที่ในการเสริมสร้างพัฒนาการที่สมบูรณ์แข็งแรงตามวัยได้อย่างเหมาะสม
                ในเวลานี้ถ้าหลายๆคนยังนึกภาพไม่ออกว่า อาหารทารก 6 เดือน ที่เราจะใช้เสริมควบคู่กับการให้นมลูกด้วยน้ำนมของตัวเองแล้ว  ว่าเราสามารถที่จะใช้อะไรในการเสริมสร้างพัฒนาการของลูกให้ดีขึ้น  ตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับประเด็นนี้คือ ไข่ ใครถือว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญสำหรับมนุษย์นอกจากมันจะให้สารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วนแล้วไข่ยังเป็นอาหารราคาถูกที่หาซื้อได้ง่ายและยังให้ความหลากหลายของวิธีการปรุงได้อีกด้วย  สำหรับการเริ่มต้นเสริมอาหารให้กับลูกน้อยอายุ 6 เดือนขึ้นไป  การใช้ไข่ต้มสุกที่แกะเอามาเฉพาะไข่แดงและนำไปบด ผสมกับข้าวต้มหรือข้าวตุ๋นที่นิ่มและมีขนาดเล็กนำอาหารตัวนี้ไปป้อนให้กับเด็กทารก ไข่แดงเพียงอย่างเดียวก็ให้สารอาหารที่จำเป็นสำหรับเด็กเล็กอย่างครบถ้วน 
การเริ่มต้นให้อาหารเสริมกับลูกเราจะต้องให้ทีละน้อยและค่อยๆเพิ่มขึ้นตามลำดับ  สังเกตพฤติกรรมการกินของลูกว่าลูกชอบใจอาหารชนิดนี้หรือไม่  นอกจากนี้หลังจากที่ลูกรับประทานไปได้แล้วประมาณ 30 นาทีให้สังเกตพฤติกรรมว่า ลูกท้องอืด หรือไม่  ถ้าเราไม่พบความผิดปกติก็สามารถที่จะให้ลูกรับประทานได้อย่างต่อเนื่องแต่ถ้าเราพบอาการ ลูกท้องอืด นั่นอาจสื่อหมายความว่าร่างกายของลูกยังไม่สามารถที่จะย่อยและดูดซึมอาหารที่มีขนาดใหญ่และดูดซึมได้ยากทำให้อาหารเหล่านั้นคั่งค้างอยู่ในระบบทางเดินอาหารและจะเริ่มเน่าเสียเมื่อจุลินทรีย์ในลำไส้เจอเข้ากับอาหารเหล่านี้ก็จะเริ่มเข้าทำหน้าที่ในการย่อยส่งผลให้เกิดแก๊สและจะแสดงออกมาในลักษณะของ ลูกท้องอืด ให้เราเห็นนั่นเอง
               นอกจากนี้เราควรที่จะหลีกเลี่ยงการปรุงแต่งรสชาติอาหารในช่วงแรก เพราะจะทำให้เด็กเกิดพฤติกรรมการติดรสชาติอาหารไม่ว่าจะเค็มหรือหวานทุกอย่างก็ล้วนส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของเด็กได้ทั้งสิ้น  และถ้าเด็กทารกสามารถรับประทานสิ่งเหล่านี้ได้อย่างดีเราก็ควรจะสลับสับเปลี่ยนเป็นอาหารชนิดอื่นบ้างเพื่อไม่ให้เกิดการจำเจและเมื่อเราเริ่มให้อาหารทารก 6 เดือน ไปแล้วเราก็ควรที่จะพิจารณาเพิ่มเติมทั้งส่วนของมื้อเช้าและมื้อเย็นและควรจะต้องเป็นเวลาเดิมเพื่อฝึกให้ร่างกายของทารกทำงานอย่างเป็นระบบและหิวตรงเวลาเพื่อคำนวณระยะเวลาในการย่อยอาหารแต่ละมื้อได้อย่างเหมาะสมและเมื่อถึงเวลาที่จะต้องให้อาหารในมื้อถัดไปก็จะเป็นช่วงเวลาที่ลูกหิวพอดี  การทำแบบนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการย่อยและการดูดซึมรวมถึงการฝึกวินัยให้กับเด็กตั้งแต่ยังแบเบาะอีกด้วย
วกกลับมาที่เรื่องของการให้นมลูกด้วยน้ำนมของตัวเองอีกครั้งหนึ่งด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ถ้าเราไม่สามารถที่จะจัดการกับอาหารเสริมให้ลูกได้อย่างเหมาะสมอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการป้องกันความเสี่ยงในเรื่องของการขาดโภชนาการอาหารสำหรับเด็กทารกนั่นคือการที่แม่ของเด็กจะต้องพิจารณาเลือกอาหารเสริมสำหรับตัวเองเป็นกลุ่ม อาหารแม่ลูกอ่อน ที่จะให้คุณค่าของสารอาหารตรงตามโภชนาการที่แม่และเด็กต้องการอย่างสมบูรณ์แบบและเป็น อาหารแม่ลูกอ่อน ที่เหมาะสำหรับคนให้นมลูกอย่างแท้จริง เนื่องจากสัดส่วนของสารอาหารแต่ละตัวอาจจะมีความแตกต่างกันออกไปตามแต่ละช่วงวัยเพราะฉะนั้นถ้าเราอยากจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้อาจจะต้องพิจารณาใช้งานร่วมกันกับการใช้ชีวิตประจำวันของแม่เพื่อให้ได้คุณสมบัติของน้ำนมที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยตลอดทั้งวัน 
                และถ้าใครมีข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลาที่ไม่สามารถให้นมลูกได้ตลอดทั้งวันการเพิ่มอุปกรณ์ เก็บนมแม่สำหรับการจัดเก็บน้ำนมในระหว่างวันที่เราไม่ได้ให้ลูกดื่มโดยตรงเราอาจจะต้องเพิ่มเติมในเรื่องของอุปกรณ์เสริมสำหรับการ เก็บนมแม่ ที่มีประสิทธิภาพสูงเช่นที่ปั๊มนม ถุงเก็บนมที่สามารถปิดผนึกน้ำนมได้อย่างมิดชิดไม่หกเลอะเทอะและถุงนำนมที่ได้ไปแช่ไว้ในตู้เย็นหรือในกระติกน้ำแข็งเพื่อรอที่จะนำไปแช่ตู้เย็นเก็บเอาไว้ให้ลูกสำรองเอาไว้สำหรับช่วงเวลาที่แม่ไม่อยู่บ้าน  แต่ลูกก็ยังมีโอกาสที่จะได้รับสารอาหารจากน้ำนมแม่อย่างครบถ้วนนั่นเอง

0 comments:

Post a Comment